ตลาดไม่ได้หยุด แต่กำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เปิดใหม่ 97 โครงการ ลดลง 15.7% จากปีก่อน เปิดใหม่ 17,045 ยูนิต กลับเพิ่มขึ้น 10.1%
อัปเดตตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ–ปริมณฑล ครึ่งแรกปี 2569
ตลาดไม่ได้หยุด แต่กำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ?
เปิดใหม่ 97 โครงการ
ลดลง 15.7% จากปีก่อน
เปิดใหม่ 17,045 ยูนิต
กลับเพิ่มขึ้น 10.1%
มูลค่าโครงการรวม 152,742 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นถึง 37.3%
ราคาเฉลี่ยต่อยูนิต
จาก 7.172 ล้านบาท ในปี 2568
ขยับเป็น 8.906 ล้านบาท ในปี 2569
หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 24%
สะท้อนให้เห็นว่า แม้จำนวนโครงการเปิดใหม่ลดลง แต่โครงการที่เข้าสู่ตลาดมีขนาดและมูลค่าต่อยูนิตสูงขึ้น
แล้วตอนนี้มีบ้านและคอนโดเหลือขายเท่าไหร่?
กลางปี 2569 กรุงเทพฯ–ปริมณฑล มีโครงการที่ยังเปิดขายประมาณ 3,098 โครงการ
มีหน่วยเหลือขายรวม 210,112 ยูนิต
หากไม่มี Supply ใหม่เข้ามาเลย อาจต้องใช้เวลาประมาณ 49.5 เดือน ในการระบายสต็อกเดิม
สต็อกที่เหลือขายมากที่สุด ได้แก่
ทาวน์เฮาส์ 68,831 ยูนิต
คอนโด 61,543 ยูนิต
บ้านเดี่ยว 51,739 ยูนิต
แต่ฝั่งยอดขายเริ่มมีสัญญาณน่าสนใจ
ครึ่งปีแรกขายได้ประมาณ 26,780 ยูนิต
และคาดว่าทั้งปี 2569 จะขายได้ประมาณ 57,000 ยูนิต
เทียบกับปี 2568 ที่ประมาณ 50,472 ยูนิต
ขณะเดียวกันยังมีอีก 399 โครงการรอเปิดตัว
ดังนั้นครึ่งปีหลังต้องจับตาทั้ง
โครงการเปิดใหม่ + สต็อกเดิม + กำลังซื้อ + ราคา + โปรโมชั่น
มุมมองจาก LAL
ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าอสังหาฯ ทุกทำเลจะขึ้นหรือลงเหมือนกันทั้งหมด
สำหรับคนซื้ออยู่เอง อาจมีโอกาสเลือกห้องและต่อรองได้มากขึ้นในบาง Segment
ส่วนคนลงทุน ควรให้ความสำคัญกับ Demand จริงของทำเล ค่าเช่าที่ทำได้ Yield จำนวนคู่แข่ง และราคาขายต่อ มากกว่าดูเพียงว่าราคาทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือไม่
เพราะในตลาดที่มี Supply เหลืออยู่มาก
“เลือกทรัพย์ถูก” สำคัญกว่า “ซื้อเพราะคิดว่าราคาจะขึ้น”
— LAL Asset Property
ซื้อ • ขาย • เช่า • ฝากปล่อยทรัพย์ • อสังหาฯ เพื่อการลงทุน